วันที่ 7 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากกลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่)
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนนาหว้าโมเดล ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ ปลัดจังหวัดนครพนม และคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ “วิชชาลัยนาหว้า วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” เข้าร่วมประชุมฯ
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 ณ วัดธาตุประสิทธิ์ และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของโครงการศิลปาชีพ และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญ พระชนมพรรษา ครบ 90 พรรษา ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2565 กรมการพัฒนาชุมชนเปิดตัวโครงการตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ ณ วัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม โดยท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมป์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคุณธนันท์รัฐ ธนเสฐการย์ (คุณโจ) ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก มาเป็นประธานและร่วมให้แนวทางการขับเคลื่อนงานฯ โดยมีการมอบตราสัญลักษ์พระราชทานฯ “นาหว้าโมเดล” และกี่พระราชทานฯ จำนวน 3 หลัง กลุ่มทอผ้าเป้าหมายเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ กลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรืองบ้านนางัว กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ที่ 3 และกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน สมาชิกรวม 285 ราย
“จังหวัดนครพนมได้จัดประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ “วิชชาลัยนาหว้า วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนนาหว้าโมเดล เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน เพื่อสนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อพัฒนานาหว้าโมเดลเป็นศูนย์เรียนรู้กระบวนการผลิตผ้า การทอผ้า สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยในการประชุมได้มีการมอบหมายภารกิจให้คณะกรรมการแต่ละคณะเร่งส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มนาหว้าโมเดล ให้มีศักยภาพและมีความพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความเจริญอย่างยั่งยืน มีการเตรียมปรับภูมิทัศน์ในบริเวณชุมชนของกลุ่มนาหว้าโมเดล บริเวณที่ทำการกลุ่มนาหว้าโมเดล และศูนย์ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อีกทั้งปรับปรุงถนนให้มีความสะดวกสำหรับการเดินทางผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานที่ชุมชน และส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกผักสวนครัว ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และการจัดทำถังขยะลดโลกร้อน ทั้งในระดับครัวเรือนและคุ้มบ้านในชุมชนของกลุ่มนาหว้าโมเดล บริเวณแหล่งเรียนรู้และที่ทำการกลุ่มนาหว้าโมเดล มอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครพนมออกแบบโครงสร้างศูนย์เรียนรู้ เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างกับกรมการพัฒนาชุมชนต่อไป” นายวันชัย จันทร์พร กล่าวเพิ่มเติม
ในการนี้ นายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห พัฒนาการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ได้เข้าร่วมการประชุม และรายงานผลการดำเนินงานนาหว้าโมเดล โดยมีการขับเคลื่อนและผลสำเร็จการดำเนินงาน ดังนี้
1. บูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผ้าถิ่นไทย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยระดับประเทศ
2. อนุรักษ์ลายผ้าโบราณและพัฒนามาตรฐาน 67 ลาย
3. ออกแบบลวดลายสร้างสรรค์ให้เป็นสากล 30 ลายโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก
4. เพิ่มมาตรฐานเส้นใย ฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยขยายพื้นที่ปลูกหม่อน 2 กลุ่ม พื้นที่รวม 5 ไร่ มีการเลี้ยงไหม 2 กลุ่ม รวมอาคารเลี้ยงไหม 5 หลัง และขยายพื้นที่ปลูกฝ้าย 2 งาน รวมทั้งการปลูกพืชไม้ให้สีเพื่อใช้สำหรับย้อมผ้าตามพื้นที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
5. การแปรรูป/บรรจุภัณฑ์ เหมาะสมและทันสมัย กลุ่มสามารถผลิตเองได้
6. การสร้างแบรนด์เพื่อการตลาดมีโลโก้และแบนด์ “นาหว้าโมเดล” ซึ่งเป็นตราสัญลักษ์พระราชทานฯ
7. จัดทำหนังสือนาหว้าโมเดลพร้อมตีพิมพ์
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาต่อยอดทักษะการย้อมสีธรรมชาติจากพืชพื้นถิ่นและไม้ประจำจังหวัดให้แก่กลุ่มเป้าหมายนาหว้าโมเดล และการพัฒนาลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่น และมีแผนปรับปรุงขยายโรงเรือนเลี้ยงไหมเพิ่มอีก 3 หลัง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกและเพิ่มปริมาณการผลิตเส้นไหมทดแทนเส้นไหมธรรมชาติที่ขาดตลาด และปรับปรุงโรงเรือนในพื้นที่เลี้ยงไหมเป็นศูนย์เรียนรู้ 2 หลัง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ โดยกลุ่มนาหว้าโมเดล มียอดจำหน่ายผ้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 – กุมภาพันธ์ 2566 จำนวน 3,600,870 บาท ซึ่งแต่ละกลุ่มรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 – 50 และเดือนปัจจุบันมียอดสั่งทอผ้าไหมมัดหมี่และพื้นเรียบ จำนวน 195 เมตร ยอดสั่งทอผ้าฝ้ายมัดหมี่และพื้นเรียบ จำนวน 300 เมตร คิดเป็นเงินรวมกว่า 400,000 บาท
#WorldSoilDay
#วันดินโลก
#soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition
#FAO
#GlobalSoilPartnership
#MOI
#กระทรวงมหาดไทย
#นาหว้าโมเดล
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SDGsforAll #ChangeforGood
#Kmit
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
Chang for Good