กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับจังหวัดนครพนม ขับเคลื่อนโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ
วันที่ 7 กันยายน 2565 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า สรุปผลความคืบหน้างานการบ้านและแนวทางการพัฒนา “นาหว้าโมเดล” ระยะที่ 2 พร้อมด้วยอาจารย์ นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและเครื่องแต่งกายได้ให้ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1) ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย (การสเก็ต Drawing Artwork) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบลายผ้าและพัฒนาผ้าไทย
2) ด้านการสร้าง pattern โดยอาจารย์พงษ์พันธ์ หวังปัญญา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย
3) ด้านการสร้างอัตลักษณ์ของเครื่องแต่งกาย โดย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย
4) ด้านการตลาด โดยอาจารย์ ดร.อรรถศิษฐ์ พัฒนะศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
5) ด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ โดยนายกิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม คือ 1) ศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า 2) กลุ่มคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน อำเภอนาหว้า 3) กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว หมู่ที่ 2 อำเภอนาหว้า 4) กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ที่ 3 อำเภอนาหว้า 5) กลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า 6) กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด ตำบลบ้านเสียว อำเภอนาหว้า ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรม สามารถนำความรู้ เทคนิควิธีการต่าง ๆ นำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าของตนเองได้
จุดกำเนิดของพระราชปณิธานในการส่งเสริมการใช้ผ้าไทยเกิดจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงเห็นว่าพสกนิกรส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร ฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก จึงได้ทรงนำเอาสิ่งที่ทอดพระเนตรเห็น นั่นคือ ผ้าทอที่พสกนิกรสวมใส่มารับเสด็จฯ ในแต่ละครั้ง ซึ่งมีความสวยงาม และมีลวดลายอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันตามภูมิสังคม วัฒนธรรมแต่ละถิ่น มาขับเคลื่อนส่งเสริม ก่อกำเนิดจัดตั้งขึ้นเป็น “ศูนย์ศิลปาชีพ” ที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2515 เป็นต้นมา เพื่อที่จะนำเอางานหัตถศิลป์ หัตถกรรม โดยเฉพาะผ้าไทยมาเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เกื้อกูลเงินรายได้ พร้อมทั้งทรงช่วยหาช่องทางจำหน่าย นำรายได้คืนสู่ครอบครัวของพสกนิกรผู้ทอผ้าในถิ่นต่าง ๆ เนื่องในวาระที่เป็นมงคลยิ่งของพวกเราชาวไทยทุกคน ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 นี้ จึงขอให้ได้ช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมการใช้ผ้าไทยด้วยความอิ่มเอิบและซาบซึ้งใจ ทั้งการสวมใส่เป็นเครื่องนุ่งห่ม และการใช้สิ่งของที่ผลิตจากผ้าไทย ในทุกโอกาส ทุกวัน ทุกเวลา ดังโครงการตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นโอกาสที่เราจะได้ช่วยเหลือพี่น้องคนไทยซึ่งเป็นผู้รักษาภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่กับชาติไทย ซึ่งล้วนเป็นเครื่องแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแสดงออกซึ่งความตั้งใจในการขับเคลื่อนพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงทุ่มเทอุทิศพระวรกาย ด้วยแรงบันดาลพระทัยที่มุ่งมั่น ทำให้ผ้าไทยมีชีวิต เป็นมรดกที่ล้ำค่าอยู่คู่กับลูกหลานไทยของเราตราบถึงทุกวันนี้และตราบนานเท่านาน
กรมการพัฒนาชุมชน เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งพระทัยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมการทอผ้าของไทย โดยทรงมีพระวินิจฉัยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนใน 3 ภูมิภาค จำนวน 200 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในการเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการตามรอยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเสด็จพระดำเนินเยือนกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านนาหว้า ณ วัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทอดพระเนตรขั้นตอนของการผลิตผ้าไหมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวอำเภอนาหว้า โดยการรวมกลุ่มของชาวบ้านที่ร่วมกันพัฒนาการทอผ้าไหม แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า เป็นการสร้างรายได้เสริมจากอาชีพหลัก คือ การทำไร่ทำนา ในครั้งนั้นทรงร่วม ทอด้าย ปั่นด้ายย้อมสี และทอผ้ากับประชาชน อย่างใกล้ชิด ทั้งทรงแนะนำการพัฒนาลวดลายผ้าและแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีความร่วมสมัย ทรงมีพระปฏิสันถารอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้านในชุมชน ด้วยทรงห่วงใยและต้องการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านนาหว้า-ท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม สู่การเป็นชุมชนต้นแบบของประเทศ
ในการนี้ นางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันในการพัฒนาชุมชนต้นแบบการทอผ้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านนาหว้า ตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาชุมชนต้นแบบการทอผ้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านนาหว้า โดยมีอาจารย์ นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญ นายอำเภอนาหว้า หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด/อำเภอ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมาย และนางสาวพันสี คุณธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทน พัฒนาการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นายหาญ ศรีหาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นางรัชย์วรรณ ไวยากรณ์ พัฒนาการอำเภอนาหว้า และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาจังหวัด/อำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
Change for Good