ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ควงประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม สืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ควงประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม สืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ

 

วันนี้ (27 เมษายน 2565) เวลา 09.30 น. ณ พื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม

 

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางกาญจนี  รุจนเสรี ติดตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ เพื่อติดตามการดำเนินงานของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว หมู่ที่ 2 ตำบลนางัว และกลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 2 ตำบลท่าเรือ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกลุ่มฯ ซึ่งเป็น 2 ใน 6 กลุ่มเป้าหมายของโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ ร่วมกับพัฒนาการจังหวัดนครพนม นายอำเภอนาหว้า และส่วนราชการในพื้นที่อำเภอนาหว้า

 

ทั้งนี้ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว หมู่ที่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2529 ปัจจุบันมีสมาชิก 34 คน เป็นคนในพื้นที่บ้านนางัว หมู่ที่ 1,2,8 ตำบลนางัว และกลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 2 ตำบลท่าเรือ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ปัจจุบันมีสมาชิก 157 คน เป็นคนในพื้นที่บ้านท่าเรือ หมู่ที่ 1,2,8 ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า และหมู่บ้านในตำบลใกล้เคียง ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม มีคณะกรรมการบริหารกลุ่มภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับของกลุ่ม ช่องทางการตลาดจำหน่ายในที่ทำการกลุ่ม มีการจัดเวรผลัดเปลี่ยนเพื่อจำหน่ายสินค้าทุกวัน ออกแสดงจำหน่ายสินค้าตามงานที่ส่วนราชการจัดขึ้นทั้งในและต่างจังหวัด สำหรับกลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 2 มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มเติม โดยฝากขาย ณ กองศิลปาชีพ สวนจิตรลดา และจำหน่ายในระบบออนไลน์ เพจ “ศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ” สมาชิกทั้ง 2 กลุ่ม ดำเนินการทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม และมีการย้อมด้วยสีธรรมชาติ ได้แก่ คราม สีจากพืชสมุนไพรและไม้มงคลในพื้นถิ่น มีการฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในครัวเรือนของสมาชิกในพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมืองของไทยและการทอผ้าไหมครบวงจร

 

ในการนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ กล่าวว่าโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ
  2. เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์
  3. พัฒนาชุมชนต้นแบบบ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นตัวอย่างชุมชนทอผ้าที่มีเอกลักษณ์ระดับประเทศ
  4. รวบรวมผลงานและจัดพิมพ์หนังสือนาหว้าโมเดล ฉบับสมบูรณ์ และหนังสือนาหว้าโมเดล ฉบับอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ในช่องทางต่าง ๆ
  5. ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ภูมิปัญญาผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ที่สามารถนำไปออกแบบตัดเย็บให้ทันสมัย สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทุกเพศทุกวัย

 

มีกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่มแรก เข้าร่วมโครงการ “นาหว้าโมเดล” ประกอบด้วย

  1. ศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ (กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)
  2. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ
  3. กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว
  4. กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด
  5. กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ที่ 3
  6. คนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน อำเภอนาหว้า

 

โดยมีกิจกรรมการพัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนนาหว้า “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจร ดังนี้

  1. บูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผ้าพื้นถิ่น โดยมีการจัดเวที วิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม
  2. พัฒนาลวดลายและเส้นใย
  3. สร้างมาตรฐานเส้นใย
  4. ออกแบบลวดลายและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นสากล
  5. การแปรรูปผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์
  6. การสร้างแบรนด์เพื่อการตลาด
  7. จัดทำหนังสือนาหว้าโมเดลพร้อมตีพิมพ์

 

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และการเว้นระยะห่างตามมาตรการควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายในท้องที่จังหวัดนครพนม

 

#WorldSoilDay

#GlobalSoilPartnership

#UNFAO

#กรมการพัฒนาชุมชน

#CDD

#SEPtoSDGs

#SDGforAll@Kmitl

นครพนม : เมืองแห่งความสุข

เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565

Change for Good

 

(Visited 1 times, 1 visits today)