จังหวัดนครพนม รุกขับเคลื่อน “นครพนม สร้างสังคมอุดมสุข ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2565 พื้นที่อำเภอศรีสงคราม

จังหวัดนครพนม รุกขับเคลื่อน “นครพนม สร้างสังคมอุดมสุข ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2565 พื้นที่อำเภอศรีสงคราม

 

วันนี้ (10 มีนาคม 2565) เวลา 09.00 น. ณ บ้านก่อ หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเอื้อง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

 

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้นายวรรณพล ต่อพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและอำเภอ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนยากจนตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “นครพนม สร้างสังคมอุดมสุข ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2565 เพื่อรับทราบปัญหาความต้องการและพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามสภาพปัญหา

 

ภารกิจลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนยากจนตามโครงการขจัดความยากจนฯ ในครั้งนี้ เป็นครัวเรือนของ นายบรรจง เพ็งคำ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านเอื้อง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม แยกกันอยู่กับภรรยาซึ่งเป็นชาวกัมพูชา มีบุตรด้วยกัน 2 คน ภรรยารับลูกชายไปเลี้ยงดู 1 คน ขาดการติดต่อกับภรรยาเมื่อช่วงเดือน มกราคม 2565 ปัจจุบันมีสมาชิกในครัวเรือน 2 คน ดังนี้

  1. นายบรรจง เพ็งคำ หัวหน้าครัวเรือน อาชีพรับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัส มีอาการป่วยเรื้อรังจากโรคแพ้ปูนซีเมนต์
  2. เด็กหญิงกันติชา เพ็งคำ อายุ 8 ปี (ลูกสาว) กำลังศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

สภาพปัญหาของครัวเรือน ดังนี้

  1. ด้านรายได้ ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ รายได้หลักมาจากการรับจ้างตัดไม้ยูคาลิปตัส ขาดทุนทรัพย์ในการประกอบอาชีพ
  2. ด้านสุขภาพ มีอาการป่วยเรื้อรังจากโรคแพ้ปูนซีเมนต์ อันเป็นผลกระทบจากการไปรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้างตั้งแต่อายุ 17 ปี อาการ คือ มีแผลบริเวณมือ และเท้า ซึ่งอาการของโรคจะมีความรุนแรงขึ้น เมื่อสัมผัสปูนซีเมนต์ เป็นอุปสรรคในการทำงานก่อสร้าง
  3. ด้านที่อยู่อาศัย บ้านสร้างในที่ดินของน้องชาย หลังคารั่ว ฝาผนังบ้านชำรุดทรุดโทรม สภาพห้องน้ำทรุดโทรม ใช้สังกะสีและผ้าใบล้อมเป็นฝาผนังห้องน้ำ
  4. ด้านการศึกษา ขาดทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนสำหรับลูกสาว
  5. ด้านเครื่องอุปโภค/บริโภค ไม่เพียงพอ เลิกงานรับจ้างกลับถึงบ้านค่ำมืด ต้องการหม้อหุงข้าว เพื่อลดขั้นตอนในการประกอบอาหาร

และมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้

1) เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม มอบถุงยังชีพ 2 ถุง  ผ้าห่ม 1 ผืน น้ำดื่ม/เครื่องดื่ม 4 แพ็ค ตะกร้า 1 อัน

2) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม มอบจักรยาน 1 คัน

3) สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม มอบเครื่องอุปโภคบริโภค 2 ชุด ทุนการศึกษา 1,000 บาท และมีแผนการช่วยเหลือจากกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดนครพนม เงินสงเคราะห์ครัวเรือน 5,000 บาท

4) สนง.วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม มอบถุงยังชีพ 1 ถุง

5) หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน น้ำดื่ม 6 แพ็ค กะละมัง 2 ใบ ตะกร้า 2 อัน เครื่องอุปโภคบริโภค 2 ชุด

6) สนง.ที่ดินจังหวัดนครพนม มอบทุนประกอบอาชีพ 500 บาท

7) สนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครพนม มอบเครื่องอุปโภคบริโภค 1 ชุด

8) สนง.สถิติจังหวดนครพม มอบผ้าห่ม 2 ชุด

9) สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม มอบทุนประกอบอาชีพ 1,000 บาท

10) สนง.เกษตรจังหวัดนครพนม มอบถุงยังชีพ 1 ชุด

11) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเอื้อง มอบผ้าห่ม+หมอน 1 ชุด

12) สนง.พัฒนาชุมชนอำเภอศรีสงคราม มอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัว 1 ชุด

13) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอศรีสงคราม มอบเครื่องใช้ในครัวเรือน 1 ชุด

14) เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอำเภอศรีสงคราม มอบเลื่อยยนต์ตัดไม้ 1 เครื่อง (มูลค่า 5,000 บาท)

15) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน) สาขานครพนม มอบเครื่องอุปโภค/บริโภค 2 ชุด

16) บริษัท สยามแมคโครมหาชน จำกัด สาขานครพนม มอบเครื่องอุปโภค/บริโภค 1 ชุด

17) สนง.กศน.อำเภอศรีสงคราม มอบเครื่องอุปโภคบริโภค 1 ชุด

 

จากนั้น นายวรรณพล ต่อพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มอบหมายหน่วยงานที่ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แผนครัวเรือนเป็นเครื่องมือ และให้โอวาทแก่ครัวเรือน ดังนี้

  1. มอบหมาย สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม ให้ความช่วยเหลือลูกชายของนายบรรจง เพ็งคำ ที่อยู่กับภรรยาชาวกัมพูชา ให้ได้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อ โดยดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนการช่วยเหลือของหน่วยงานราชการ
  2. ขอให้นายบรรจง เพ็งคำ ครัวเรือนยากจนเป้าหมาย ปฏิบัติตนเป็นคนดี ประกอบสัมมาชีพ ขยันหมั่นเพียร เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว ดูแลลูกให้ได้รับศึกษาสูง มีจิตอาสาช่วยเหลือชุมชน สำหรับเครื่องมือประกอบอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ที่หน่วยงานราชการ องค์กร เครือข่ายต่าง ๆ นำมามอบให้นั้น ให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว ดูแลบำรุงรักษาให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า พร้อมกำชับให้ครัวเรือนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือนนำไปสู่การพึ่งตนเองและช่วยเหลือตัวเองได้

 

ในการนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม มอบหมาย นายหาญ ศรีหาวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายพิทักษ์ศิลป์ แก้วอุ่นเรือน พัฒนาการอำเภอศรีสงคราม เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสารสนเทศฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีสงคราม ร่วมให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมเยียนครัวเรือนดังกล่าว

 

โครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “นครพนม สร้างสังคมอุดมสุข ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2565 มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเป้าหมายที่ประสบความเดือดร้อนและยากจน ประกอบด้วย ครัวเรือนไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ปี 2564 ด้านรายได้ ข้อ 22 (รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 38,000 บาท/คน/ปี) ครัวเรือนจากระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP) ปี 2562 ครัวเรือนเปราะบาง และครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเวทีประชาคม ทั้ง 5 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านรายได้ และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ  โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 

#WorldSoilDay

#GlobalSoilPartnership

#UNFAO

#กรมการพัฒนาชุมชน

#CDD

#SEPtoSDGs

#SDGforAll@Kmitl

นครพนม : เมืองแห่งความสุข

เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565

Change for Good

(Visited 1 times, 1 visits today)