นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม มอบรางวัลการออกแบบยกระดับ “ผ้ามุกนครพนม” สู่สากล
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมพนมเมธี ชั้น 5 อาคารสารสนเทศเพื่อการบริหาร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม ถนนชยางกูร ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
นางกาญจนี รุจนเสรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดการออกแบบผ้ามุกนครพนม ในกิจกรรมยกระดับผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัด (ผ้ามุกนครพนม) สู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยมี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยนครพนม พัฒนาการจังหวัดนครพนม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มเยาวชนนักออกแบบ เข้ารับมอบใบประกาศเกียรติคุณการประกวดการออกแบบผ้ามุกนครพนม กิจกรรมยกระดับผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัด (ผ้ามุกนครพนม) สู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน 2 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทผู้ประกอบการ OTOP ดังนี้
– รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ กลุ่มตัดเย็บและแปรรูปผ้าไทพิมาน อำเภอนาแก
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมงานผ้า by แก้วกิริยา อำเภอธาตุพนม
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ อนุศราผ้าแปรรูป อำเภอนาหว้า
2. ประเภทกลุ่มเยาวชนนักออกแบบ ดังนี้
– รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวแพรวา อุดมเดชาเวทย์ อำเภอนาหว้า
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นางสาววีณา วรรณทุ จากกลุ่มจักสานและแปรรูปไม้ไผ่ อำเภอนาหว้า
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวมุฑิตา ไชยมงค์ และนางสาวสุดารัตน์ ไชยแพทย์ จากมหาวิทยาลัยนาหว้า
นางกาญจนี รุจนเสรี เปิดเผยว่า ผ้ามุกนครพนมเป็นผ้าพื้นเมืองของจังหวัดนครพนม ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และทราบว่ามีการค้นพบลายผ้ามุกในผ้าโบราณของจังหวัดนครพนม ที่มีอายุกว่าร้อยปี ทำให้ชาวนครพนมเรามีความมั่นใจและภาคภูมิใจได้ว่า ผ้ามุกนครพนมเป็นผ้าพื้นเมืองเก่าแก่ของชาวจังหวัดนครพนมเรามาอย่างช้านาน การพัฒนาเพื่อยกระดับผ้ามุกนครพนม จึงเป็นการส่งเสริมให้เกิดการรู้จักและเกิดการใช้ผ้ามุกเป็นชุดแต่งกายอย่างหลากหลายของคนทุกช่วงวัย ซึ่งจะส่งผลให้มีการกระจายรายได้จากการจำหน่ายผ้ามุกนครพนม ไปสู่ชุมชนได้อย่างมากขึ้น ซึ่ง “การส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย ผ้าทอพื้นเมือง” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และได้มอบหมายให้เป็นนโยบายหลักในการพัฒนาจังหวัดนครพนม ให้สอดคล้องเป็นไปตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยและสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์นำเสนอ เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง และจะสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนา และส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทย และผ้าทอพื้นเมืองจังหวัดนครพนม ในทุก ๆ กิจกรรม เพื่อให้การสวมใส่ผ้าไทย และผ้าทอพื้นเมืองจังหวัดนครพนมแพร่หลายทั้งในจังหวัดนครพนม ในระดับประเทศ และระดับสากล ซึ่งท้ายที่สุดจะก่อให้เกิดรายได้กับชุมชน เป็นการสร้างาน สร้างอาชีพและการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแม่นยำ เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals (SDGs) ของจังหวัดนครพนม ต่อไป
นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนม นับว่าเป็นพื้นที่สำคัญซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย เพราะเป็นที่ตั้งของกลุ่มชาติพันธุ์มากมาย ทำให้มีประเพณี วัฒนธรรมรวมถึงเครื่องแต่งกายที่เก่าแก่ และน่าสนใจหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือมรดกทางภูมิปัญญาที่เพิ่งถูกประกาศให้เป็นเป็นงานฝีมือเก่าแก่คู่นครพนมอย่าง “ผ้ามุก” คือ ผ้าทอท้องถิ่น ซึ่งเป็นผ้าโบราณร่วมสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ เป็นผ้าชั้นสูงที่เจ้านายหรือภรรยาเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ใช้เป็นอาภรณ์ในการแต่งกาย และเป็นผ้าต้นแบบของผ้าพื้นบ้านทั้งหลาย ทั้งความละเอียดในการทอ และระยะเวลาที่ที่ยาวนานกว่าจะได้ออกมาสักหนึ่งผืน ผ้ามุกจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าเด่นที่สำคัญของจังหวัดนครพนม รูปแบบที่โดดเด่นของผ้ามุก คือลวดลายที่เกิดจากการทออันซับซ้อน อัตลักษณ์ที่โดดเด่นเกิดจากการยกเส้นด้ายยืน และเสริมด้ายยืนพิเศษ จนกลายเป็นลวดลายที่ยื่นนูนขึ้นมาจากผืนผ้า มองดูคล้ายหน้ามุขที่ยื่นออกจากตัวบ้าน ที่มีชื่อว่าผ้ามุกก็เพราะลายดอกบนผ้านั้นมีเลื่อมลายสวยงาม แพรวพราวราวกับเอาหอยมุกมาเจียระไนแล้วฝังไปเป็นลายลงบนผ้าทั้งผืน ลวดลายดังกล่าวเกิดจากการเดินเส้นยกมุกทีละดอกๆ ซึ่งผู้ทอต้องใช้สติ สมาธิ ความเพียรและความมุ่งมั่น เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วมักทำดอกมุกออกมาเป็นวงกลม ไม่ก็กากกบาท เพื่อให้ง่ายต่อการทำซ้ำ แล้วทอเรียงต่อเป็นแถวแนวตามเนื้อผ้า พื้นสีที่เลือกใช้จึงมักจะมีสีเรียบและไม่มีลวดลาย เพื่อให้ลายดอกของดอกมุกโดดเด่นด้วยความเสมอต้นเสมอปลายของน้ำหนักในการทอ รวมถึงลวดลายอันซับซ้อนที่อยู่บนผ้า ทำให้ช่างทอฝีมือดีที่สามารถทอผ้ามุกได้สวยงามไร้ที่ติ กำลังค่อยๆ หายไปจากท้องถิ่นเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศาสตร์การทอผ้ามุกเก่าแก่ รวมถึงหาหนทางสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัด ในที่สุดจังหวัดนครพนมได้มีการประกาศให้ผ้ามุกเป็นรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม ประจำปี 2562
ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้เสนอโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 โครงการ : ยกระดับและส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนกลุ่มจังหวัด ภายใต้กิจกรรมหลัก : ยกระดับผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัด (ผ้ามุกนครพนม) สู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กลุ่มจังหวัดสนุก ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร นับเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยสามารถเชื่อมได้ทั้งทางอากาศ ทางบก และ ทางน้ำซึ่งกลุ่มจังหวัดสนุกมีผลิตภัณฑ์เด่นที่เป็นอัตลักษณ์ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตของแต่ละจังหวัด คือ ผ้าครามของจังหวัดสกลนคร ผ้ามุกของจังหวัดนครพนม และผ้าหมักโคลนของจังหวัดมุกดาหาร โดยฐานการผลิตหลักของผ้าคราม ผ้ามุก และผ้าหมักโคลน เป็นกลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่ยังคงการผลิตแบบดั้งเดิม ไม่มีความหลากหลาย และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ดังนั้น ในปี 2564 กลุ่มจังหวัดสนุก ในแต่ละจังหวัด จึงได้ร่วมกันดำเนิน “โครงการยกระดับและส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มจังหวัด” ในส่วนจังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการภายใต้กิจกรรมหลัก : “ยกระดับผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัด (ผ้ามุกนครพนม) สู่สากล” เพื่อส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ผ้ามุกนครพนมเป็นที่รู้จักยอมรับในตลาดที่หลากหลาย ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อยกระดับสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัดสนุก (ประเภทผ้ามุกนครพนม) ให้สามารถแข่งขันทางการตลาดได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
2. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัดสนุก (ประเภทผ้ามุกนครพนม) ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ออกแบบบรรจุภัณฑ์ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานพร้อมเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์
3. เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มจังหวัดสนุก (ประเภทผ้ามุกนครพนม) ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีสากล
ในการนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ร่วมกับมหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายผ้าพื้นเมืองจังหวัดนครพนม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้ามุกนครพนมสู่สากล ซึ่งมีผู้ประกอบการ OTOP ที่แปรรูปผ้ามุกนครพนม จำนวน 18 กลุ่ม นำผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากผลผลิตของโครงการฯ มาจัดแสดงและจำหน่ายในกิจกรรมฯ ดังกล่าว ณ ลานหน้าลิฟ ชั้น 1 และ หน้าห้องประชุมพนมเมธี ชั้น 5 และมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 185,000 บาท
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565
Change for Good