วันที่ 23 กันยายน 2567 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่)
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมงานของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ทั้ง 26 คณะ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอ ภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยจังหวัดนครพนมกำหนดจัดงานขึ้น ในระหว่างวันที่ 8 – 18 ตุลาคม 2567 (จำนวน 11 วัน 11 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม เพื่อรักษาและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลออกพรรษา
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า คณะกรรมการแต่ละฝ่ายได้มีการเตรียมงานมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งการจัดงานได้กำหนด 2 พื้นที่หลัก คือ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม ซึ่งมีเวทีกลาง การแสดงหมอลำ/ศิลปวัฒนธรรม การออกร้านมัจฉากาชาด การจัดตลาดมหาดไทยชวนชิม จำนวน 50 บูธ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP เฉพาะของนครพนม จำนวน 38 บูธ ได้แก่ ประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น การจัดสวนดอกไม้ ประติมากรรมโคมไฟพร้อมจุดเช็คอินถ่ายรูป และที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร โดยมีเวทีกลางอยู่ที่บริเวณลานพนมนาคา มีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมจากโรงเรียนต่างๆ ทุกคืน การแสดงของชนเผ่า เป็นต้น โดยเฉพาะวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เช้า ได้แก่ พิธีรำบูชาพระธาตุพนม จำนวน 6 ชุด ณ บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม มีนางรำจาก 12 อำเภอ พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ พิธีทางศาสนาก่อนไหลเรือไฟ และแห่ปราสาทผึ้ง ณ บริเวณสี่แยกธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจังหวัดนครพนม ถึงบริเวณหน้าศาลหลักเมืองจังหวัดนครพนม ส่วนภาคกลางคืน จัดให้มีพิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟ ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานพนมนาคา พร้อมชมมหกรรมเรือไฟ จำนวน 12 ลำ จาก 12 อำเภอ มีการประกวดประเภทสวยงามและประเภทความคิด การปล่อยกระทงสาย (ไข่พญานาค) จำนวน 5,000 ดวง การแสดงศิลปะวัฒนะรรมจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว การแสดงบินโดรนแปลภาพ จำนวน 500 ลำ จากเนสกาแฟ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มีการจัดแสดงเรือไฟโบราณ จำนวน 13 ลำ ได้แก่ เรือไฟโบราณตามปีนักษัตร 12 ลำ และเรือไฟโบราณสำหรับคนที่จำปีเกิดไม่ได้ 1 ลำ พร้อมเรือไฟกาบกล้วยทุกวันให้นักท่องเที่ยวได้บูชา และสะเดาะเคราะห์ การไหลเรือไฟโชว์ทุกวันเริ่มเวลา 18.30 น. การปล่อยกระทงสาย (ไข่พญานาค) 28,000 ดวง (วันที่ 8 และวันที่ 17 ตุลาคม 2567 วันละ 5,000 ดวง วันอื่นๆ วันละ 2,000 ดวง) การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน การทำซุ้มเรือไฟ การทำบุญตักบาตรเทโว การประกวดภาพถ่าย เป็นต้น
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานได้เห็นบรรยากาศการไหลเรือไฟทุกคืน เป็นการสร้างสีสันความน่าสนใจสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมงานได้มากขึ้น จึงได้มีการจัดเรือไฟโชว์ 4 ลำ ได้แก่ เรือไฟของ อบจ.นครพนม เรือไฟของเทศบาลเมืองนครพนม เรือไฟของที่ทำการปกครองจังหวัดนครพนม และเรือไฟของมหาวิทยาลัยนครพนม และเรือไฟ (ฟ้า) โชว์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน 8 ลำ โดยจะมีการปล่อยไหลเรือไฟโชว์ทุกคืนช่วงเวลา 18.30 น. ส่วนด้านการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เบื้องตำรวจภูธรจังหวัดได้กำหนดจัดที่จอดรถไว้จำนวน 10 จุด นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดที่พักชั่วคราวไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย โดยขอให้เอาที่นอน/เต็นท์มาเอง เนื่องจากในคืนวันไหลเรือไฟ คือ วันที่ 17 ตุลาคม 2567 โรงแรม/ที่พักต่าง ๆ ในจังหวัดนครพนมถูกจองเต็มหมดแล้ว
ในการนี้ นางสาวพันสี คุณธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้นางลติยา สุทธิผาย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พร้อมด้วยนางสาวกวิสรา ฝ่ายศิลา นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมและนำเสนอความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการฝ่ายดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าบริเวณงานและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซี่งได้ประสานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จาก 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานฯ จำนวน 38 บูธ เป็นประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย 17 บูธ ประเภทอาหาร 12 บูธ ประเภทของใช้ 6 บูธ ประเภทเครื่องดื่ม 2 บูธ และประเภทสมุนไพร 1 บูธ
https://nakhonphanom.cdd.go.th/category/news
https://web.facebook.com/cddnakhonphanom?locale=th_TH
#WorldSoilDay #วันดินโลก
#UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife
#SustainableSoilandWaterforbetterlife
#ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน
#กองทุนชุมชน
#กรมการพัฒนาชุมชน
#ขจัดความยากจน
#TPMAP
# Click ชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#อารยเกษตร “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”
#ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน
#ซอยนี้มีรักปลูกผักแบ่งปัน
#โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
#นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
Change for Good