วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 -16.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดโพนสิมมา บ้านโพนก่อ หมู่ 6 ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายนายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห พัฒนาการจังหวัดนครพนม นางสาวพันสี คุณธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด นางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางสาวชัญญานุช มะนาต พัฒนาการอำเภอท่าอุเทน ทีมนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม และนักวิชาการพัฒนาชุมชนอำเภอท่าอุเทน,อำเภอนาหว้า,อำเภอศรีสงคราม,อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม ดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบตองกล้วยตานี สู่ทักษะฝีมือการทำเครื่องบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา รุ่นที่ 2
มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือการจัดทำบายศรี ขันหมากเบ็ง เศียรพญานาค และในรูปแบบอื่นๆ เพื่อบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา และพระธาตุสำคัญประจำวันเกิด 8 พระธาตุ รวมถึงการรวบรวม และจัดทำทำเนียบกลุ่มคนที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์จากใบตองในจังหวัดนครพนม นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไป
มีกลุ่มเป้าหมายที่มีทักษะเบื้องต้นการทำบายศรี ขันหมากเบ็ง หรือในรูปแบบอื่นๆ ที่ใช้ในการบวงสรวงหรือสักการะบูชา เป็นต้น และผู้ที่สนใจและรักในงานประดิษฐ์จากใบตอง รวมถึงเป็นผู้ที่ทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพงานประดิษฐ์จากใบตองเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 76 คน จาก 5 อำเภอ ประกอบด้วย
1. อำเภอท่าอุเทน จำนวน 41 คน
2. อำเภอนาหว้า จำนวน 10 คน
3. อำเภอศรีสงคราม จำนวน 10 คน
4. อำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 10 คน
5. อำเภอนาทม จำนวน 5 คน
จากนั้นได้เยี่ยมชมแปลงปลูกกล้วยตานี จำนวน 2 งาน ของนางธัญวลักษณ รามศรี 17/1 ม.6 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน ซึ่งมีรายได้จากการขายใบตองเฉลี่ยวันละประมาณ 150 – 200 บาท โดยมีเป้าหมายจะขยายพื้นที่อีก 1-2 ไร่ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท
ทั้งนี้ โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบตองกล้วยตานี สู่ทักษะฝีมือการทำเครื่องบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช โดยนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น 50,000 บาท เพื่อนำไปขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของจังหวัดฯและมูลนิธิฯต่อไป มีนายสุรัตน์ ก้องเกียรติกมล พร้อมด้วยนายพร้อมพันธ์กุลภา คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมสังเกตการณ์ โดยมีนางนางพรตา เรืองนาราบ นายสมบูรณ์ เสนาสี และทีมผู้เชี่ยวชาญการประดิษฐ์ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้
สืบเนื่องจากจังหวัดนครพนม มีปริมาณความต้องการใช้ใบตองในการทำบายศรีบวงสรวง พญาศรีสัตตนาคราช เฉลี่ยวันละ 50- 100 กิโลกรัม บายศรีที่บูชา เฉลี่ยวันละ 20-50 ชุด (ถ้าอยู่ในช่วงวันสำคัญ เช่น วันพระ เทศกาล 7 เดือน 7) จะใช้ในปริมาณมหาศาล/ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างจังหวัดถึงร้อยละ 90 ประกอบกับขาดการรวบรวมผู้ที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์ใบตอง และขาดผู้ที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์ใบตอง ยังไม่รวมการใช้ประโยชน์ในปริมาณมหาศาลพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด
✍️ข้อมูล : แม่แตงอ่อน (ทำบายศรีส่งมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช)
จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการอบรมในรุ่นที่ 1 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 มีผู้ที่สนใจและมีทักษะพื้นฐานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 67 คน จาก 6 อำเภอ (อำเภอเมืองนครพนม อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอนาแก อำเภอเรณูนคร และอำเภอวังยาง) รวมกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 รุ่นทั้งสิ้น 143 คน หลังการอบรม จังหวัดจะจัดทำทำเนียบและฐานข้อมูลกลุ่มคนที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์จากใบตองในจังหวัดนครพนม ส่งต่อให้กลุ่มผู้ประกอบการที่ทำบายศรี และงานประดิษฐ์จากใบตอง เพื่อพิจารณา Business Matching หรือการจับคู่ธุรกิจ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไปในอนาคต
#WorldSoilDay #วันดินโลก
#UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife
#SustainableSoilandWaterforbetterlife
#ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน
#SDGsforAll #ChangeforGood
#กองทุนชุมชน
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#ขจัดความยากจน
#TPMAP
# Click ชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#อารยเกษตร “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”
#ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน
#ซอยนี้มีรักปลูกผักแบ่งปัน
#โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
#นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
Change for Good