นครพนม ขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายและแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม “จากใบตองกล้วยธรรมดา สู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ด้วยโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบตองกล้วยตานี สู่ทักษะฝีมือการทำเครื่องบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา รุ่นที่ 1

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 -16.00 น. ณ สวนกล้วยตานียายสวน-ตารัตน์ คำสี หมู่ 3 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพน

นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายนายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห พัฒนาการจังหวัดนครพนม นางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และทีมนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ ดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบตองกล้วยตานี สู่ทักษะฝีมือการทำเครื่องบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา รุ่นที่ 1

มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือการจัดทำบายศรี ขันหมากเบ็ง เศียรพญานาค และในรูปแบบอื่นๆ เพื่อบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา และพระธาตุสำคัญประจำวันเกิด 8 พระธาตุ รวมถึงการรวบรวม และจัดทำทำเนียบกลุ่มคนที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์จากใบตองในจังหวัดนครพนม นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไป

มีกลุ่มเป้าหมายที่มีทักษะเบื้องต้นการทำบายศรี ขันหมากเบ็ง หรือในรูปแบบอื่นๆ ที่ใช้ในการบวงสรวงหรือสักการะบูชา เป็นต้น และผู้ที่สนใจและรักในงานประดิษฐ์จากใบตอง รวมถึงเป็นผู้ที่ทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพงานประดิษฐ์จากใบตองเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 67 คน จาก 6 อำเภอ ประกอบด้วย
1. อำเภอเมืองฯ จำนวน 27 คน
2. อำเภอปลาปาก จำนวน 10 คน
3. อำเภอเรณูนคร จำนวน 10 คน
4. อำเภอธาตุพนม จำนวน 10 คน
5. อำเภอนาแก จำนวน 5 คน
6. อำเภอวังยาง จำนวน 5 คน

ทั้งนี้ โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบตองกล้วยตานี สู่ทักษะฝีมือการทำเครื่องบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราชและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช โดยนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาอนุมัติเงินกองทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น 50,000 บาท เพื่อนำไปขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของจังหวัดฯและมูลนิธิฯต่อไป มีนายสุรัตน์ ก้องเกียรติกมล พร้อมด้วยนายพร้อมพันธ์กุลภา คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมสังเกตการณ์ โดยมีนางนางพรตา เรืองนาราช และทีมผู้เชี่ยวชาญการประดิษฐ์ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้

สืบเนื่องจากจังหวัดนครพนม มีปริมาณความต้องการใช้ใบตองในการทำบายศรีบวงสรวง พญาศรีสัตตนาคราช เฉลี่ยวันละ 50- 100 กิโลกรัม บายศรีที่บูชา เฉลี่ยวันละ 20-50 ชุด (ถ้าอยู่ในช่วงวันสำคัญ เช่น วันพระ เทศกาล 7 เดือน 7) จะใช้ในปริมาณมหาศาล/ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างจังหวัดถึงร้อยละ 90 ประกอบกับขาดการรวบรวมผู้ที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์ใบตอง และขาดผู้ที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์ใบตอง ยังไม่รวมการใช้ประโยชน์ในปริมาณมหาศาลพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด

ข้อมูล : แม่แตงอ่อน (ทำบายศรีส่งมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช)

ทั้งนี้ หลังการอบรม จังหวัดจะจัดทำทำเนียบและฐานข้อมูลกลุ่มคนที่มีทักษะฝีมืองานประดิษฐ์จากใบตองในจังหวัดนครพนม ส่งต่อให้กลุ่มผู้ประกอบการที่ทำบายศรี และงานประดิษฐ์จากใบตอง เพื่อพิจารณา Business Matching หรือการจับคู่ธุรกิจ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ต่อไปในอนาคต

#WorldSoilDay #วันดินโลก
#UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife
#SustainableSoilandWaterforbetterlife
#ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน
#SDGsforAll #ChangeforGood
#กองทุนชุมชน
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#ขจัดความยากจน
#TPMAP
# Click ชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#อารยเกษตร “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”
#ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน
#ซอยนี้มีรักปลูกผักแบ่งปัน
#โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
#นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
Change for Good

(Visited 1 times, 1 visits today)