ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และให้แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน แก่กลุ่มเป้าหมายการดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ
วันที่ 10 ธันวาคม 2565 ณ พื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม เยี่ยมให้กำลังใจและให้แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน แก่กลุ่ม “นาหว้าโมเดล” ณ ศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ กลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ และกลุ่มทอผ้าพื้นบ้านวัดศรีบุญเรืองบ้านนางัว โดยมี นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดนครพนม นายนพดล พลซื่อ นายอำเภอนาหว้า นางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางรัชต์วรรณ ไวยากรณ์ พัฒนาการอำเภอนาหว้า และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ ให้การต้อนรับ
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กราบนมัสการพระธาตุประสิทธิ์ และชมภาพประวัติศาสตร์ นิทรรศการตามรอยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ หรือพระกฐินต้น ที่วัดธาตุประสิทธิ์ และนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กลุ่มทอผ้าไหม บ้านนาหว้า เป็นสมาชิก “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เมื่อปี พ.ศ. 2520 และในปี พ.ศ. 2541 มีพระราชเสาวนีย์ให้ตั้งชื่อว่า กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกร ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินทรงตามรอยพระบาท คู่พระบารมี สู่ต้นกำเนิดศิลปาชีพ ในการประกอบพระราชกรณียกิจทรงเยี่ยมกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ บ้านนาหว้า พร้อมพระราชทานลายผ้า “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และเสด็จทอดพระเนตรการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์และงานหัตกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมพระราชทานคำแนะนำ แก่กลุ่มทอผ้า ณ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2565 ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่นำทีมโดยนายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย พร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย มีกลุ่มเป้าหมายร่วมโครงการจำนวน 6 กลุ่ม ดังนี้ 1) ศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ 2) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ 3) กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว 4) กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด 5) กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ 3 และ 6)กลุ่มคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน
ในการนี้ นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดนครพนม ได้รายงานผลความสำเร็จของการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ดังนี้
1) มีการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผ้าถิ่นไทย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่พัฒนาเชิงลึกตามกลุ่มเป้าหมายฯ มีการอนุรักษ์ลายผ้าโบราณ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปรับทำสีใหม่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ให้สวยงาม กลุ่มละ 10 แบบ รวม 60 แบบ ออกแบบผ้าลายสร้างสรรค์ลายใหม่ให้เป็นสากล ให้ทอลายใหม่และย้อมด้วยสีธรรมชาติ กลุ่มละ 5 แบบ รวม 30 แบบ ซึ่งการพัฒนาผ้าลายสร้างสรรค์ใหม่และย้อมสีธรรมชาติได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีทางเลือกที่หลากหลาย กลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการย้อมสีธรรมชาติยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำน้อยได้มาก ทำให้ยอดรายได้ของกลุ่มเพิ่มมากขึ้น
2) ฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและส่งเสริมการปลูกฝ้าย สร้างมาตรฐานเส้นใย โดยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว ได้ปลูกหม่อนในพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน จำนวน 3 ไร่ ปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไหมในพื้นที่ดังกล่าว 2 หลัง ทำการเลี้ยงมาแล้ว 3 รอบ ได้เส้นไหม 2 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบันกำลังลี้ยงรอบที่ 4 และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ มีการปลูกหม่อนในพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านและหัวไร่ปลายนา จำนวน 2 ไร่ ปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไหม 2 หลัง ทำการเลี้ยงมาแล้ว 7 รอบ ได้เส้นไหม 11 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบันกำลังเลี้ยงรอบที่ 8 และกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ 3 ได้ปลูกฝ้ายในพื้นที่กลุ่ม จำนวน 2 งาน ซึ่งเป็นการลดต้นทุนวัตถุดิบและสร้างมาตรฐานเส้นใยในการทอผ้า
3) ส่งเสริมปลูกพืชและไม้ให้สีย้อมผ้า และสอนเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ โดยกลุ่มได้ไปศึกษาดูงานการย้อมสีธรรมชาติที่บ้านผักคำภู จังหวัดสกลนคร และมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสกลนคร มาสอนเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติให้ได้มาตรฐาน สีสวยงามทันสมัยและติดทนนาน
4) ได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแบรนด์ดิ้งและบรรจุภัณฑ์ ส่งมอบให้กลุ่มทั้ง 6 ในรูปแบบที่กลุ่มสามารถนำไปทำซ้ำได้ ใช้งานได้จริง
5) พัฒนาแปรรูปผ้าไทย โดยนักออกแบบ/ผู้เชี่ยวชาญ แปรรูปผ้าและเครื่องแต่งกายทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย และตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้เกิดความต้องการในการซื้อผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่หันมาสนใจสวมใส่ผ้าไทย มียอดสั่งซื้อจากหน่วยงานราชการเพื่อนำไปตัดชุดทีมจำนวน 30 ชุด และมียอดสั่งซื้อผ้าจากลูกค้าทั่วไปอย่างต่อเนื่อง
6) การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และการตลาด โดยนำผ้าที่ได้รับการพัฒนาไปจัดแสดงและจำหน่ายในงานศิลปาชีพ ที่เมืองทองธานีและห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทาง จัดทำหนังสือนาหว้าโมเดลพร้อมตีพิมพ์รูปเล่มและฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ และสร้าง Platform ออนไลน์ สำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ “นาหว้าโมเดล” ผ่านช่องทาง Line , Instagram , Facebook ทำให้ผู้บริโภคมีช่องทางการซื้อเพิ่มขึ้น ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ อีกทั้งยังสร้างทีมคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน เข้ามาช่วยในด้านการตลาดและพัฒนาลวดลายรูปแบบให้ทันสมัยรวมทั้งเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา ทำให้กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการนาหว้าโมเดลทั้ง 6 กลุ่ม สมาชิกรวม 285 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้น 2,363,360 บาท คิดเป็นร้อยละที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่งผลให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในครอบครัวและชุมชน
#WorldSoilDay
#วันดินโลก
#soilswherefoodbegins #Soils4Nurition
#FAO
#GlobalSoilPartnership
#MOI
#กระทรวงมหาดไทย
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SDGsforAll
#ChangeforGood
#Kmit
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#โครงการศิลปาชีพ
#นาหว้าโมเดล
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
“เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” Change for Good