ปลัดกระทรวงมหาดไทย สืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 90 พรรษา และในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของศูนย์ศิลปาชีพ
วันที่ 28 มิถุนายน 2565 เวลา 13.00 น. ณ พื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และคณะผู้บริหารฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ โดยมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการร่วมลงพื้นที่
ในการลงพื้นที่วันนี้ ได้ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มดังนี้
จุดที่ 1 ณ ที่ทำการกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว หมู่ที่ 2 ตำบลนางัว ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผ้าไทย จำนวน 16 ชิ้นงาน โดยพัฒนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าลายโบราณ โดยย้อมสีธรรมชาติให้สวยงามทันสมัย และการพัฒนาลายสร้างสรรค์เพื่อประยุกต์ลวดลายให้ทันสมัยสู่สากล และได้ติดตามการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกลุ่มฯ ในพื้นที่สาธารณะตำบลนางัว มีการปลูกหม่อนพันธุ์ผสมและพันธุ์พื้นบ้าน (หม่อนแก้ว) 3ไร่ 2 งาน และปรับปรุงโรงเรือนเก่าในพื้นที่ใช้เป็นโรงเรือนเลี้ยงไหม จำนวน 3 หลัง และมีแผนจะขยายปรับปรุงเพิ่มอีกตามความต้องการของกลุ่มและชุมชน รวมทั้งได้มีการปลูกพืชไม้ให้สีในบริเวณพื้นที่โดยรอบ ได้แก่ ต้นจาน ต้นสบู่เลือด ต้นคูน และพืชสมุนไพรไม้มงคลอื่น ๆ
จุดที่ 2 ที่ทำการกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด ตำบลบ้านเสียว ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผ้าไทย จำนวน 16 ชิ้นงาน โดยพัฒนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าลายโบราณ โดยย้อมสีธรรมชาติให้สวยงามทันสมัย และการพัฒนาลายสร้างสรรค์เพื่อประยุกต์ลวดลายให้ทันสมัยสู่สากล ซึ่งเดิมกลุ่มมีการย้อมผ้าด้วยสีเคมี เมื่อได้รับคำแนะนำพัฒนาให้ย้อมสีธรรมชาติ ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์ผ้าได้มากขึ้น สมาชิกในกลุ่มหันมาทำอาชีพทอผ้าเป็นอาชีพหลักแทนการทำนา และมีการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ให้สีตามพื้นที่หัวไร่ปลายนา
จุดที่ 3 ที่ทำการกลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ ตำบลท่าเรือ ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผ้าไทย จำนวน 17 ชิ้นงาน โดยพัฒนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าลายโบราณ โดยย้อมสีธรรมชาติให้สวยงามทันสมัย และการพัฒนาลายสร้างสรรค์เพื่อประยุกต์ลวดลายให้ทันสมัยสู่สากล โดยกลุ่มได้ปลูกหม่อนในพื้นที่สาธารณะตำบลท่าเรือ พันธุ์ผสม 3 ไร่ มีโรงเรือนเลี้ยงไหม จำนวน 2 หลังในบริเวนข้างที่ทำการกลุ่มและบ้านสมาชิก และปลูกพืชไม้ให้สีย้อมผ้าในพื้นที่สาธารณะชุมชนและหัวไร่ปลายนาของสมาชิก อีกทั้งยังติดตามกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน ซึ่งเป็นลูกหลานของสมาชิกกลุ่มทอผ้าในพื้นที่อำเภอนาหว้า ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผ้าไทย จำนวน 16 ชิ้นงาน โดยพัฒนาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าลายโบราณ โดยย้อมสีธรรมชาติให้สวยงามทันสมัย และการพัฒนาลายสร้างสรรค์เพื่อประยุกต์ลวดลายให้ทันสมัยสู่สากล และให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นแกนหลักจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
ในการนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม และนายนพดล พลซื่อ นายอำเภอนาหว้า พร้อมทีมงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ ให้การต้อนรับและรับการติดตามการดำเนินงาน พร้อมให้ข้อมูลการดำเนินงานโครงการฯ กรมการพัฒนาชุมชนได้บูรณาการความร่วมมือการพัฒนาจากคณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและผ้าไทย ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมให้ข้อเสนอแนะและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาการออกแบบลายผ้าและสีให้ทันสมัย เพื่อนำมาแปรรูปสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทุกเพศทุกวัย โดยมีกิจกรรมการพัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนนาหว้า “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจร ได้แก่ 1) บูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผ้าพื้นถิ่นความต้องการของกลุ่ม 2) พัฒนาลวดลายและเส้นใย 3) สร้างมาตรฐานเส้นใย การใช้สีธรรมชาติเหมาะสมสวยงาม 4) ฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 5) ออกแบบลวดลายและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นสากล 6) การแปรรูปผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ 7) การสร้างแบรนด์เพื่อการตลาด 8) จัดทำหนังสือนาหว้าโมเดลพร้อมตีพิมพ์ โดยมุ่งพัฒนาให้ “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565
Change for Good