นครพนม สืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล”
วันที่ 15 มิถุนายน 2565 เวลา 09.30 น. ณ พื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นางรัชต์วรรณ ไวยากรณ์ พัฒนาการอำเภอนาหว้า และนางลติยา สุทธิผาย พร้อมด้วย นางสาวชัญญานุช มะนาต นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานกลุ่มเป้าหมายตามโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์, กลุ่มศิลปาชีพทอผ้าไหมบ้านท่าเรือ, กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองวัดศรีบุญเรือง, กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโคกสะอาด, กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาหว้า หมู่ 3 และกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน โดยมุ่งพัฒนาให้ “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือการพัฒนากับคณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและผ้าไทย ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมให้ข้อเสนอแนะและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาการออกแบบลายผ้าและสีให้ทันสมัย เพื่อนำมาแปรรูปสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทุกเพศทุกวัย โดยมีกิจกรรมการพัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนนาหว้า “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจร ได้แก่ 1) บูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผ้าพื้นถิ่นความต้องการของกลุ่ม 2) พัฒนาลวดลายและเส้นใย 3) สร้างมาตรฐานเส้นใย การใช้สีธรรมชาติเหมาะสมสวยงาม 4) ฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 5) ออกแบบลวดลายและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นสากล 6) การแปรรูปผลิตภัณฑ์/บรรจุภัณฑ์ 7) การสร้างแบรนด์เพื่อการตลาด 8) จัดทำหนังสือนาหว้าโมเดลพร้อมตีพิมพ์
ในการนี้ ยังได้ติดตามเร่งส่งเสริมการทอผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดซึ่งมีผู้สนใจสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก และเตรียมความพร้อมในการทอผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” สำหรับส่งเข้าประกวดในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2565 โดยจังหวัดนครพนมได้สร้างทีมพี่สอนน้องในการสอนถอดแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” เพื่อออกไปสอนการมัดหมี่ลายผ้า การย้อมโดยเน้นย้อมสีธรรมชาติจากพืชสมุนไพรไม้มงคลในพื้นถิ่น ปัจจุบันมีกลุ่มดำเนินการทอผ้าลายพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” จำนวน 115 กลุ่ม (จากจำนวนกล่มทอผ้าทั้งหมด 137 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งเทคนิคขิด ยกดอก และมัดหมี่ และจากการดำเนินงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และมาตรการส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ทำให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ระหว่างเดือน ตุลาคม 2564 – มิถุนายน 2565 รวมจำนวน 498,698,525 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 13.00 (เทียบกับยอดจำหน่ายผ้าและเครื่องแต่งกาย ปี 2564 ระหว่างเดือน มิ.ย.63-ก.ย.64 จำนวน 438,665,030 บาท) จากจำนวนกลุ่มประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย 307 กลุ่ม/ราย สมาชิกรวม 3,463 ราย
Change for Good
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565