ผู้ว่าฯ นครพนม เยี่ยมชมโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังเพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์”
วันที่ 23 มีนาคม 2565 เวลา 14.00 น. ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม
นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย คณะท่านผู้พิพากษา คณะผู้พิพากษาสมทบ นายอำเภอเมืองนครพนม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม พัฒนาการจังหวัดนครพนม ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม ยุติธรรมจังหวัดนครพนม ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม และเครือข่ายฯ เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็กและเยาวชนผู้กระทำความผิด ตามโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังเพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์”
จากนั้น นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยคณะฯ ได้ส่งมอบไก่พันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ไก่สาวและลูกเจี๊ยบ จำนวน 16 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคุณวิวัฒน์ วังคะฮาต เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมปฏิบัติงาน สำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาต่อยอดโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังเพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์” ให้เป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิชาชีพ สามารถผลิตไข่ไก่อาหารโปรตีนคุณภาพดีสำหรับปรุงเป็นอาหารได้ด้วยตนเอง และสามารถนำผลิตผลที่เหลือจากการบริโภคนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งให้เด็กและเยาวชนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ มีความรู้ สามารถพึ่งพาตนเองได้
นายชาธิป รุจนเสรี กล่าวว่า โครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังเพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์” ถือว่าโครงการที่ดี เป็นการให้โอกาสแก่น้อง ๆ ได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแก่น้อง ๆ ให้สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีต่อตนเองและครอบครัว สังคมเราล้วนต้องการพื้นที่ดี ๆ พื้นที่แห่งโอกาส หวังว่า “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังเพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์” จะเป็นอีกจุดเริ่มต้นของแสงแห่งความหวัง ที่ส่องนำทางให้แก่น้อง ๆ ในการเดินตามรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และมุ่งมั่นสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อไป
นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ให้เขามีภูมิคุ้มกัน พร้อมที่จะเผชิญกับสังคมอย่างรู้คุณค่าของตนเองและสง่างาม เป็นพลังในการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทีมงานพัฒนาชุมชนจะช่วยผลักดันโครงการดังกล่าว ให้ประสบความสำเร็จพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ตามโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง เพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์” โดยการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการจัดการน้ำและดิน การเตรียมพื้นดินสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี การจำแนกที่ดินเป็นแปลงเล็ก ๆ เพื่อเพาะปลูกพืชที่หลากหลาย ทำให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ คือ พออยู่ พอกิน ในครัวเรือน ประโยชน์เพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้ที่ถูกต้อง เป็นทั้งความรู้ และภูมิคุ้มกันที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยการน้อมนำหลักแนวพระราชดำริของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่การปฏิบัติเพื่อความสุขของทุกคนทุกฝ่ายร่วมกัน และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมการพัฒนาชุมชน ขยายผลไปสู่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม เพิ่มขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง เพิ่มพลังใจเยาวชนเมืองศรีโคตรบูรณ์” ดำเนินการในพื้นที่ขนาด 1 ไร่ 2 งาน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีแก่เด็กและเยาวชนด้านพฤตินิสัย การเรียนและอาชีพภายใต้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งนายสุธี สระบัว ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม และคณะผู้พิพากษาสมทบ ได้เล็งเห็นประโยชน์สูงสุดอันจะเกิดแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจ โดยการประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เป็นการสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก สามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ในระหว่างดำเนินการ จะมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานแนวความคิด ฝึกวินัย ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหาจริง เพื่อให้เด็กและเยาวชนผู้เข้ารับการอบรม มีทักษะชีวิต สามารถพึ่งพาตนเองได้ เห็นคุณค่าในตนเอง ดำรงชีวิตได้อย่างพออยู่พอกิน สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้ เมื่อออกไปภายนอกและช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อน เติบโตเป็นพลเมืองดี มีภูมิคุ้มกันไม่หวนกลับไปกระทำผิดอีก
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565
Change for Good