พช.นครพนม เชิญชวนสวมใส่ผ้าไทย “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนางกาญจนี รุจนเสรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม เชิญชวนสวมใส่ผ้าไทย “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับสู่ชุมชน ส่งเสริม กระตุ้น ผ้าไทยให้เป็นที่นิยมสู่สากล สามารถใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย เพื่อสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน และนำทัพเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 โดยเชิญชวนส่วนราชการทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ได้แก่ วันอังคารและวันศุกร์ เพื่อให้บังเกิดผลโดยพร้อมเพรียงกันทั้งจังหวัด เป็นการสร้างวัฒนธรรมอันดีงาม

ทั้งนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม ได้สรุปผลการดำเนินกิจกรรม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่ทอผ้า/ผลิตผ้า จำนวน 137 กลุ่ม/ราย มีรายได้ในปีที่ผ่านมาจำนวน 15,243,500 บาท และได้นำแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ไปเป็นต้นแบบทอผ้า/ผลิต มีทั้งเทคนิคการทอ ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ, ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป, ผ้าขิด, ผ้ายกดอก, ผ้าบาติก, ผ้าปักมือ และผ้าเทคนิคสร้างสรรค์ มียอดรายได้จากการจำหน่ายผ้าลายพระราชทาน จนถึงปัจจุบันจำนวน 5,978,000 บาท และยอดสั่งซื้อ จำนวน 124,000 บาท และจำนวนสมาชิกกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ 2,625 คน ซึ่งรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่ามในการออกแบบเสื้อผ้าไทยให้ทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกโอกาส และส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ ภายใต้กิจกรรม “คนรุ่นใหม่หัวใจคือชุมชน” อีกทั้งยังช่วยผู้ที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ตกงานกลับมาอยู่บ้าน ได้หันมาประกอบอาชีพในพื้นถิ่น มาเป็นเป็นช่างแปรรูปผ้าช่างตัดเย็บเสื้อผ้าให้กลุ่ม OTOP เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กลุ่มผู้ประกอบการชุมชนทั้งออนไลน์และออฟไลน์ บางคนมาเรียนรู้การทอผ้ากับกลุ่มทอผ้าเพื่อเป็นอาชีพหลัก ถือได้ว่าเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย เกิดรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

(Visited 1 times, 1 visits today)