ผู้ว่าฯ นครพนม ชื่นชมความสำเร็จกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม
นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และประธานแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนให้กำลังใจ และชื่นชมผลงานการทอผ้าไหม “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมี เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ นางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ ประธานกลุ่มทอผ้าไหม และสมาชิกกลุ่ม ให้การต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลฯ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
สืบเนื่องมาจากวันที่ 13 พฤศจิกายน 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระเจ้าลูกยาเธอทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐินต้น ที่วัดธาตุประสิทธิ์ หมู่ที่ 4 ตำบลนาหว้า ได้มีราษฎร จำนวน 6 คน รอรับเสด็จและทูลเกล้าถวายผ้าไหม เมื่อสมเด็จนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรผ้าไหม ก็รู้สึกพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากผ้าไหมมีลวดลายสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์แบบพื้นบ้านของชาวนาหว้า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2515 ทรงมีรับสั่งให้ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ราชเลขานุการในสมเด็จฯ พร้อมด้วยราชองครักษ์ พ.ต.ท.วิศิษฐ์ เดชกุญชร ณ อยุธยา (ยศขณะนั้น) มาพบราษฎร 6 คน ที่ถวายผ้าไหมในคราวนั้น ให้ทอผ้าไหมเพิ่มขึ้น แล้วนำทูลเกล้าถวายอีกคนละ 6 ผืน เมื่อได้ทอดพระเนตรผ้าไหม ก็พอพระราชหฤทัย เป็นยิ่งนัก รับสั่งให้ราษฎรทอผ้าไหมเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วนำทูลเกล้าฯ ถวายเป็นประจำทุกปี โดยมีท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ราชเลขานุการในสมเด็จฯ เป็นผู้ประสานงานและออกติดตามเยี่ยมราษฎรที่ทอผ้าไหมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด จึงได้เริ่มส่งเสริมการทอผ้าไหมโดยอาศัยหลักการที่ว่า “ฟื้นฟูการทอผ้าไหมในช่วงว่างจากการประกอบอาชีพทำนา” เสริมรายได้ให้แก่ราษฎร เน้นการทอลวดลายพื้นบ้านและเป็นเอกลักษณ์ของชาวนาหว้าอย่างแท้จริง ต่อมา มีราษฎรสนใจทอผ้าไหมมากขึ้น จึงได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหม ในพระราชินูปถัมภ์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มทอผ้าไหมแห่งแรกของประเทศ และได้โปรดพระราชทานจัดให้มีการอบรมสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมเพิ่มความรู้ในการทอผ้าไหมให้ได้มาตรฐาน และพระราชทานอุปกรณ์ในการทอผ้าไหมให้แก่สมาชิก พร้อมกับได้โปรดรับซื้อผ้าไหมที่สมาชิกทอขึ้นทุกปี
ปี พ.ศ.2520 พระองค์ท่านได้มีรับสั่งให้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาหว้า เป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ
พิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาหว้า บ้านนาคูณใหญ่ บ้านท่าเรือ
บ้านนางัว บ้านนาคอย และบ้านโคกสะอาด อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม กลุ่มทอผ้าไหมบ้านเชียงเชา บ้าน
หนองนกทา อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2541 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีรับสั่งให้ท่านผู้หญิง
จรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการ ได้ตั้งชื่อกลุ่มทอผ้าไหมอำเภอนาหว้า ชื่อ “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของ
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” (13 พฤศจิกายน 2515) ได้ชื่อนี้เพราะ
อำเภอนาหว้า เป็นกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพของประเทศไทย ทุกปีพระองค์จะเสด็จมาแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นการออกตรวจติดตามเยี่ยมเยียนราษฎรให้ขวัญ กำลังใจแก่สมาชิกกลุ่มศิลปาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพระองค์จะจัดให้มีการประกดผ้าไหมระดับภาค แล้วพระราชทานรางวัลให้แก่สมาชิกผู้มีผลงานดีเด่น และรับซื้อผ้าไหมจากสมาชิก โดยทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ไปใช้ในกิจการนี้ประมาณค่ามิได้ เพื่อช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มนี้ ก็ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรกลุ่มนี้ดีขึ้นทุกขณะ และในแต่ละปี สมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาหว้า จะนำผ้าไหมเข้าประกวดระดับภาค และได้รับพระราชทานรางวัลอยู่เสมอ นอกจากนั้น สมาชิกยังนำผ้าไหมขึ้นทูลเกล้าฯ ฝากขาย เป็นประจำทุกปี นับเป็นพระมหา
กรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นหาที่เปรียบมิได้
ปี 2544 รัฐบาลได้มีนโยบายโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (นตผ.) สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาหว้า จึงได้เชิญชวนกลุ่มทอผ้าไหมมาลงทะเบียน 0TOP ซึ่ง ได้ลงทะเบียนเป็นกลุ่มผู้ผลิต OTOPโดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์บ้านนาหว้า” โดยมีนางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ เป็นประธานศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์บ้านนาหว้า และยังได้รับกรคัดเลือกเป็นประธานเครือข่าย OTOP ระดับจังหวัดนครพนม ด้วย (ในขณะนั้น) ปัจจุบัน มีสมาชิกกลุ่ม OTOP 40 คน และมีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่โดดเด่น ได้แก่ ผ้าไหม ผ้ายกมุก ผ้าย้อมคราม เป็นต้น ปัจจุบัน ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 187 หมู่ที่ 4 ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม โดยมีนางจันทร์ฉาย สมบัติพล เป็นประธานศูนย์หัตถกรรมวัด
ผลการดำเนินงานปัจจุบัน กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ โดยมีนางจันทร์ฉาย สมบัติพล เป็นประธาน มีสมาชิก จำนวน 40 คน เป็นคนในพื้นที่ 1, 2, 3, 4, 5 บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม มีคณะกรรมการ จำนวน 12 คน มีกฎระเบียบข้อบังคับกลุ่มฯ มีเงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จำนวน 96,345.86 บาท คณะกรรมการมีการประชุมทุก 3 เดือน/ครั้ง มีสถานที่จำหน่ายและสถานที่ทอผ้าเป็นอาคารเอกเทศ มีการจัดเวรผลัดเปลี่ยนเพื่อจำหน่ายสินค้าทุกวัน ณ ที่ทำการศูนย์ฯ และจำหน่ายผ่านออนไลน์ ผ่านเพจ.ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ยอดจำหน่ายวันละ 15,000 – 30,000 บาท/วัน ประมาณ 400,000 – 600,000 บาท/เดือน มียอดการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องและมีการทอผ้าไหมส่งสวนจิตรลดา กลุ่มฯ มีการจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ทุกวันและทุกเดือนเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ สมาชิกมีการถ่ายถอดภูมิปัญญาการทอผ้าให้กับคนในครัวเรือนที่สนใจ นอกจากนี้ ชั้น 2 อาคารศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ เป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการทอผ้าซึ่งบรรจุไว้ในหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นของโรงเรียนบ้านนาหว้า, โรงเรียนนาหว้าพิทยาคม และโรงเรียนราษฎร์สามัคคี
ในการนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้ นางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด ร่วมให้ข้อมูลพร้อมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มฯ
#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565
Change for Good