พช.นครพนม ยกระดับผ้าทอนครพนม “สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทย” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ชุมชน

พช.นครพนม ยกระดับผ้าทอนครพนม “สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทย” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ชุมชน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 คือ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการแปรรูป เพื่อยกระดับผ้าทอนครพนม โดยแบ่งเป็น 2 กิจกรรมย่อย ดังนี้
กิจกรรมย่อยที่ 1 อบรมกระบวนการทอผ้าและผลิตผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นต้นแบบให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน ดำเนินการ 6 รุ่น ๆ ละ 19 คน อบรม 3 วัน รุ่นที่ 1 – 4 ดำเนินการระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน 2564 และรุ่นที่ 5 – 6 ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 – 22 กันยายน 2564 ณ พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ดังนี้
รุ่นที่ 1 ณ ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอนาหว้าและอำเภอบ้านแพง
รุ่นที่ 2 ณ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าพื้นเมืองบ้านหนองสังข์ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอนาแกและอำเภอเรณูนคร
รุ่นที่ 3 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านทันสมัย ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอปลาปากและอำเภอโพนสวรรค์
รุ่นที่ 4 ณ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าพื้นเมืองบ้านหนองสังข์ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอวังยางและอำเภอธาตุพนม
รุ่นที่ 5 ณ ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาทม
รุ่นที่ 6 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านทันสมัย ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอท่าอุเทนและอำเภอเมืองนครพนม
กิจกรรมย่อยที่ 2 อบรมกระบวนการแปรรูปผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้ทันสมัย ดำเนินการ 4 รุ่น ๆ ละ 19 คน อบรม 3 วัน ระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน 2564 ณ พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ดังนี้
รุ่นที่ 1 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนคร และอำเภอเมืองนครพนม
รุ่นที่ 2 ณ กลุ่มทอผ้าและแปรรูปบ้านนางาม หมู่ที่ 4 ตำบลนางาม อำเภอเรณูนคร กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอนาแก อำเภอวังยาง และอำเภอปลาปาก
รุ่นที่ 3 ณ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านบะหว้า หมู่ที่ 5 ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม
รุ่นที่ 4 ณ กลุ่มดี ได เดีย หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน อำเภอศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง

สำหรับวันนี้ (16 กันยายน 2564) กิจกรรมย่อยที่ 2 ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม ได้รับเกียรติจาก นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอธาตุพนม เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมฯ และนายกเหล่ากาชาดอำเภอธาตุพนม เข้าร่วมเป็นเกียรติด้วย โดยมี นายชุมพล ยิ่งล้ำ พัฒนาการอำเภอธาตุพนม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1) เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย
2) เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ และการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์
3) เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และเสริมสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน
4) เพื่อพัฒนา ต่อยอด การออกแบบและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ผ้าไทย ให้มีคุณภาพ มาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สู่สากล

การอบรมในครั้งนี้ นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ พัฒนาการอำเภอในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เป้าหมาย เป็นวิทยากรบรรยายแนวทางการพัฒนา/อัตลักษณ์ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ตามโครงการฯ ดังกล่าว ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับทำให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการเป้าหมาย มีทักษะ สามารถทอผ้าลายขอพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” และแปรรูปได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดอาชีพ การสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของไทย ด้วยพระทัยอันแน่วแน่ ทรงดำเนินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการผ้าไทย และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบในมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามความเหมาะสมของท้องถิ่น และเป็นที่โชคดีอย่างยิ่ง ด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทาน แบบลายผ้า “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”แก่พสกนิกรชาวไทย ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นการสื่อความหมายถึงการมอบความรักและความสุขให้แก่ชาวไทยทุกคน และประทานอนุญาตให้กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค สามารถนำไปใช้ทอผ้า ผลิตผ้าได้ทุกสี ทุกเทคนิค ตลอดทั้งนำไปเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดไปสู่เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ตามวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น ดึงอัตลักษณ์ศิลปะชุมชน ปลุกกระแสกลุ่มทอผ้าให้คึกคัก สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นมิให้สูญหายไปจากแผ่นดินไทย อีกทั้ง มีพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จากการเสด็จไปทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ด้านผ้าและงานหัตถกรรม 3 ภูมิภาค ทั้งนี้ ผ้าทอเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับวิถีชีวิต และสังคมไทยมาช้านาน ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งจากข้อมูลการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ปี 2564 พบว่ามีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มผู้ประกอบการชุมชน จังหวัดนครพนม จำนวนกว่า 150 กลุ่มที่ผลิตสินค้าผ้าทอจากฝ้ายและไหม นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่การพัฒนาส่งเสริมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลยังได้รับความนิยมน้อย ดังนั้น เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ ปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัย พร้อมก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ราษฎรให้มีความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากมีความมั่นคง โดยคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาที่แสดงออกในด้านการทอผ้าและการย้อมผ้าต่อไป

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการตามคำสั่งจังหวัดนครพนม และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ทั้งนี้ ได้ปรับจำนวนคนเข้าอบรมไม่เกิน 20 คน และดำเนินการตามมาตรการอื่น ๆที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
นครพนม : เมืองแห่งความสุข
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565
Change for Good

(Visited 1 times, 1 visits today)