?พช.นครพนม สร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2564
^^วันที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 น.ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครพนม หมู่ที่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
?นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมฝึกอบรมสร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม กล่าวรายงาน ซึ่งมี นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 จังหวัดนครพนม, นายอำเภอเมืองนครพนม, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำกลุ่มองค์กร และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกอำเภอ ร่วมเป็นเกียรติฯ
?นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การน้อมนำแนวพระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่สมดุลเป็นธรรมและมีภูมิคุ้มกัน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชน จากสังคมโลกที่จะส่งผลกระทบต่อครอบครัว หมู่บ้านชุมชน การเตรียมความพร้อมแต่ละครัวเรือนเป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนาอย่างถูกต้อง เกิดการบูรณาการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชา ให้สอดคล้องกับภูมิสังคม ของแต่ละพื้นที่ ความแตกต่างของปัจจัยพื้นฐานศักยภาพ วิถีชีวิต วัฒนธรรมและอัตลักษณ์การบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า และการจัดการพื้นที่การเกษตรด้วยแนวคิด”โคก หนอง นา โมเดล” การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นบ้านให้อย่างสอดคล้องและสมดุล เป็นทางออกของเกษตรกรไทย ที่ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการ การทำงานในทุกระดับ โดยอาศัยแกนนำหมู่บ้านเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง สามารถลงไปขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาในหมู่บ้านชุมชน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม การจัดกิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นการเสริมพลังสร้างองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ ด้วยแนวคิดทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติ แก่แกนนำครัวเรือนต้นแบบ เป็นการผนึกพลังความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน การบูรณาการกิจกรรมโครงการในระดับพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ เกิดประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คนในชุมชนสามารถน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
?นายสุรพล แก้วอินธิ พัฒนาการจังหวัดนครพนม ได้กล่าวรายงานว่า “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป การพัฒนาที่สมดุล ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา ให้สอดคล้องกับภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ ความแตกต่างกันของปัจจัยพื้นฐาน ศักยภาพ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีและอัตลักษณ์ ตัวอย่าง เช่น การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตร ด้วยใช้แนวคิด “โคก หนอง นา โมเดล” การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตร แบบผสมผสาน ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน สามารถพึ่งตนเองได้
รัฐบาลจึงได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบในการพัฒนาประเทศ โดยกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จึงเป็นการพัฒนาให้ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข สร้างพื้นฐานการพึ่งตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำในระดับครัวเรือนชุมชน และส่งผลให้ประเทศมีความเข้มแข็ง ในการใช้ความสามารถบริหารจัดการชีวิตและบริหารจัดการชุมชน ส่งเสริมการสร้างรายได้ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมความเสมอภาคและเป็นธรรม เพื่อสร้างการเรียนรู้ ให้กับครอบครัวพัฒนาและหมู่บ้าน/ชุมชน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างและพัฒนากลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่ กิจกรรมสร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ชุมชน มีความสามารถในการพึ่งพาในเรื่องของการจัดการน้ำ อาหาร และพลังงานทดแทน สร้างภูมิคุ้มกันชุมชน ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตความเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติอย่างรุนแรง วิกฤตทางด้านโรคระบาด วิกฤตทางด้านความอดอยาก และวิกฤตความขัดแย้งของสงครามเศรษฐกิจ หรือสงครามรูปแบบต่าง ๆในอนาคต
?สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ดำเนินการตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2564 กิจกรรมย่อยที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ กิจกรรมย่อยสร้างแกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง (ฝึกอบรมหลักสูตรเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดผู้นำการพัฒนาที่อยู่ในชุมชนและนำการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 115 ราย จาก 12 อำเภอ 115 หมู่บ้าน ในจังหวัดนครพนม ดำเนินการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 3 – 7 มีนาคม 2564 เวลา 05.00-21.00 น.กิจกรรมประกอบด้วย ดังนี้
?วันที่ 1 กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์, เรียนรู้ตำราบนดิน, “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”ศาสตร์พระราชากับการพัฒนาที่ยั่งยืน
?วันที่ 2 เรียนรู้ “ทฤษฏีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง, หลักกสิกรรมธรรมชาติ, ฝึกปฏิบัติฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน (ฐานคนเอาถ่าน, ฐานคนรักษ์น้ำ, ฐานคนรักษ์ป่า, ฐานคนรักษ์แม่ธรณี, ฐานคนรักษ์แม่โพสพ) ถอดบทเรียนผ่านสื่อ
?วันที่ 3 ฝึกปฏิบัติ “จิตอาสาพัฒนาชุมชน เอามื้อสามัคคีพัฒนาพื้นที่ตามหลักทฤษฎีใหม่” สรุปบทเรียน
?วันที่ 4 การออกแบบเชิงภูมิสังคมอย่างยั่งยืนเพื่อพึ่งตนเองและรองรับภัยพิบัติ, ฝึกปฏิบัติการสร้างหุ่นจำลองในการบริหารจัดการพื้นที่และในภาวะวิกฤต สรุปบทเรียน
?วันที่ 5 การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ, มอบวุฒิบัตร
?ในการฝึกอบรมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยากรจิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี รุ่นที่ 1 จากจังหวัดสกลนคร และฝึกปฏิบัติ ณ ศูนย์เรียนรู้ ครูพาทำ แปลงนายประดิษฐ์ หนองอุดม ณ บ้านดงยอ หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นสถานที่จัดทำฐานเรียนรู้หลักกสิกรรมธรรมชาติรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และได้รับความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล ที่จะเริ่มตั้งแต่ การเรียนรู้ตำราผืนดิน ซึ่งจะเป็นการพาเดินชมพื้นที่ เพื่อสร้างการเข้าใจและเข้าถึงหลักการพัฒนาตามศาสตร์พระราชากับการพัฒนาที่ยั่งยืน จากนั้นทุกคนจะมาร่วมกันถอดบทเรียนหลักกสิกรรมธรรมชาติและฝึกปฏิบัติตามฐานเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เรียนรู้วิธีสร้างแรงบันดาลใจ การจัดการพื้นที่ดิน น้ำ ป่า คน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนแรงงาน การเอามื้อสามัคคี การดำรงตนในภาวะวิกฤต การออกแบบพื้นที่เชิงภูมิสังคม โคก หนอง นา โมเดล เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการออกแบบพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม
❣️นครพนม : เมืองแห่งความสุข❣️
?เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565?
?Change for Good?